พระนางพญาพิมพ์เล็กกรุวังวารี
ต้องขอกราบสวัสดีมิตรรักแฟนเพลง (5555+) ที่ร่วมติดตามศึกษาพระกรุวังวารี เรื่องราวตั้งแต่ตอนต้นที่ผมเขียนมาถึง ณ ขณะนี้นั้นได้รับความเมตตาอย่างสูงจากท่านที่ผมเรียกว่าเป็นอาจารย์ เป็นทั้งผู้ที่แนะนำให้ผมได้รู้จักพระกรุที่มากด้วยพุทธคุณกรุนี้ และเป็นผู้ให้ความรู้ทั้งหมดทั้งมวลที่สามารถทำให้ผมนำมาเรียบเรียงให้ทุกท่านได้อ่านกัน รวมถึงภาพบางส่วนที่ผมใช้ในกระทู้นี้มาจากความเมตตาที่ท่านอนุญาติให้ถ่ายภาพนำมาลง ผมพยายามขออนุญาติท่านอาจารย์เอ่ยชื่อเสียงเรียงนามของท่านอาจารย์ทั้งสองแต่ด้วยความที่ท่านเป็นคนสมถะไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ท่านจึงไม่อยากให้เอ่ยชื่อของท่าน และด้วยความเคารพต่อครูบาอาจารย์ อยากจะให้ชื่อของท่านได้เป็นที่รู้จักบ้างเพราะความรู้ที่เขียนนั้นไม่ได้มาจากผมผู้เดียว จึงได้แสดงเจตนารมณ์ต่อท่านอีกครั้ง หนึ่งในสองท่านจึงยอมให้เปิดเผยชื่อของท่านไว้ในที่นี้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเขียนเรื่องราวต่อไปจึงขอกล่าวคำขอบคุณในความเมตตาของท่านทั้งสองไว้ ณ ที่นี้ เป็นอย่างสูง ท่านแรกนั้นเป็นพี่ชายของผมเอง ท่านชื่อ "พี่ศิริชัย" และอีกท่านที่ไม่ขอแสดงตัว ขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านเป็นอย่างสูงครับ และต้องกราบขออภัยเพื่อนๆทุกท่านที่ติดตามเพราะสัญญาไว้ว่าคราวนี้จะมาเขียนเรื่องพระปางลีลา แต่ด้วยเรื่องนี้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสมควรเขียนไว้ก่อนเพื่อจะได้เข้าใจพระกรุนี้มากขึ้นครับ เริ่มแรกเดิมทีนั้นพระนางพญากรุวังวารีที่ผมพบจะมีแค่พิมพ์ใหญ่ สำหรับท่านที่เข้ามาติดตามอ่านตั้งแต่ตอนแรกจะเห็นผมพูดถึงพระนางพญากรุนี้เฉพาะพิมพ์ใหญ่ ซึ่งตัวผมเองตั้งข้อสันนิษฐานไว้นานแล้วว่า ถ้าจากข้อมูลประวัติพระกรุวังวารีนี้พูดถึงการนำพระที่บรรจุในกรุวัดนางพญามาเข้ากรุวัดวังวารี นั่นคือเริ่มแรกของการสร้างพระนางพญานั้นพระวิสุทธิกษัตรีย์ พระ มเหสีของพระมหาธรรมราชา และทรงเป็นพระราชมารดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงสร้างพระนางพญาขึ้นในคราวบูรณะปฏิสังขรณ์วัดราชบูรณะ ราวปี พ.ศ. 2090 - 2100 ขณะนั้นพิษณุโลกเป็นเมืองลูกหลวง และพระองค์ดำรงพระอิสริยยศเป็นแม่เมืองสองแคว และพระมหาธรรมราชาทรงพระอิสริยยศเป็นพระอุปราชแห่งแผ่นดิน พระมหาจักรพรรดิ กรุงศรีอยุธยา และได้นำพระเหล่านี้ไปบรรจุไว้ในกรุวัดต่างๆ ซึ่งวัดแรกที่พบการแตกกรุคือวัดนางพญา พระนางพญาที่พระวิสุทธิกษัตรีย์ สร้างนี้ถือเป็นยุคแรกของการสร้างพระนางพญา ยุคนี้พระนางพญาพิมพ์จะไม่สวยงาม เพราะใช้ชช่างชาวบ้าน ต่อมาในระยะเวลาที่ใกล้กันหลังจากองค์สมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพ
เป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยาแล้วจึงทรงสร้างพระนางพญาขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใช้ช่างหลวงพิมพ์ทรงของพระนางพญาจึงมีความสวยงามเป็นอย่างมาก (รายละเอียดตรงนี้นั้นมีอยู่มากตามอินเตอร์เน๊ตขอให้ท่านที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมได้ครับ) ถ้าเปรียบเทียบอายุของพระกรุวังวารีที่วัดคาร์บอน-14 แล้วพบว่ามีช่วงอายุระหว่าง 300-500 ปี น่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการสร้างพระนางพญาเพื่อบรรจุกรุ ข้อนี้ถูกตอบอย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่อีกข้อหนึ่งผมคิดว่าจะต้องมีพิมพ์พระนางพญาจากกรุนางพญาอยู่ในกรุวังวารีนี้ด้วยไม่มากก็น้อย แต่จนแล้วจนเล่าผมก็ไม่พบพิมพ์พระนางพญากรุนางพญาจากกรุวังวารีเลย ในใจนั้นก็ยังคิดว่าต้องมี แค่มีน้อยจนเรายังไม่พบ เพราะการแบ่งบรรจุกรุสมัยนั้นทางฝั่งวัดวังวารีอาจจะได้พิมพ์ที่พบเยอะนี้มามาก (หมายถึงพระนางพญาพิมพ์ใหญ่) และแล้ววันนี้สิ่งที่ผมคิดไว้ก็ได้ข้อสรุป และผมจะขอเล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มแก้ข้อสงสัยของผมได้เลยนะครับ เริ่มจากการที่ผมได้มีโอกาสล้างไหขนาดกลางใบหนึ่ง หลังจากเตรียมอุปกรณ์การล้างจนครบถ้วนบริบูรณ์ ตั้งสมาธิจุดธูปเทียนบวงสรวงเทวา เจ้าที่ และเทวดาประจำไห จากนั้นจึงทำการล้างไห


หลักจากที่ได้พระนางพญาองค์แรกที่หลุดออกจากไห ขนาดไม่คุ้นมือ พยายามมองแต่มองไม่ค่อยชัดเพราะยังมีเศษดินทรายติดอยู่มาก จึงได้นำไปปัดให้สะอาดขึ้น และผมก็พบกับพิมพ์ทรงที่คุ้นเคยของพระนางพญากรุนางพญา ทั้งขนาด เนื้อหามวลสาร และพิมพ์ทรงตรงกันเป๊ะ วินาทีนั้นทำให้ผมหมดข้อสงสัยที่ครุ่นคิดมานาน และช่วยยืนยันประวัติพระกรุนี้ที่กล่าวว่าพระที่บรรจุในกรุนั้นเป็นต้นทางเดียวกันกับกรุนางพญา

จากนั้นก็ทำการตั้งสมาธิดำเนินการล้างไหไปเรื่อยๆ พบว่าไหขนาดกลางใบนี้มีพระนางพญาพิมพ์ทรงเดียวกันกับพระนางพญากรุนางพญาอยู่จำนวนหนึ่ง มีพระซุ้มกออยู่ในปริมาณมาก และมีพระนางพญาที่มีลักษณะเด่นของกรุวังวารีอยู่จำนวนน้อย

ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการเขียนในคราวต่อไปผมขออนุญาติจัดพิมพ์ของพระนางพญากรุวังวารีไว้เท่าที่ผมเคยเห็นเป็นสองพิมพ์หลักดังนี้ พิมพ์ใหญ่ (เป็นพิมพ์ที่ผมเคยกล่าวไปแล้วครับ ตามอ่านกันได้) ขนาดโดยประมาณสูง 3.5 ซม. ความกว้างของฐาน 2.5 ซม. และหนา 1.3 ซม. แบ่งเป็นพิมพ์เข่าโค้ง และพิมพ์เข่าตรง พิมพ์เล็ก (เนื้อหาและพิมพ์ทรงเหมือนกับกรุนางพญา) ขนาดโดยประมาณสูง 3.5 ซม. ความกว้างของฐาน 2.4 ซม. และหนา 0.6 ซม. แบ่งเป็นพิมพ์เข่าโค้ง และพิมพ์เข่าตรง เช่นเดียวกัน แต่ขอติดประเด็นตรงนี้ไว้นิดนึงครับ สำหรับพระนางพญาพิมพ์เล็กนั้นผมแบ่งไว้เท่าที่ผมพบ แต่ข้อสันนิษฐานของผมต่อไปคืออาจจะมีพิมพ์มากกว่านี้ซึ่งอาจจะพบได้ตามจำนวนพิมพ์ทั้ง 7 พิมพ์ของพระนางพญากรุนางพญาเลยก็อาจเป็นได้ เนื้อหาที่เพิ่มเข้ามานี้ทำให้ผมต้องนั่งแก้ไขบางช่วงบางตอนของข้อความที่เคยลงไว้ตั้งแต่คราแรกๆ แต่ต่อจากนี้ผมอาจจะเขียนไปเรื่อยๆรู้อะไรเพิ่มเติมก็จะเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆเพราะไหของกรุนี้นั้นยังมีการแกะไม่มาก ไม่มีการเพิ่มเติมในส่วนแรกที่เขียนอีก แต่อาจจะมีบางกระทู้ที่เขียนสรุป เพื่ออัปเดทข้อมูลทั้งหมดจะยังคงมีการแก้ไขให้เป็นปัจจุบัน เช่น กระทู้สรุปพระที่พบในกรุวังวารี ที่ตั้งใจจะเขียนไว้ต่อไป ผมจึงถือโอกาสบอกกล่าวกันไว้ตรงนี้ก่อนเลยนะครับ


เอาละครับเรามาพิจารณาลักษณะของไหกลางใบนี้กันก่อนที่จะไปเน้นรายละเอียดของพระนางพญาพิมพ์เล็กกันครับ ไหนี้ล้างออกมาแล้วมีสีดำดูขลังมาก ลักษณะด้านบนฝาไหเอียงไปค่อนข้างมาก ลวดลายของไหมีความละเอียดอ่อนทั้งที่เป็นลายบนฝาไห ข้างฝาไห ลายดอกไม้ข้างไห และพญานาคทั้งสี่ตนที่คอยคุ้มครองไหมีลวยลายเกร็ด ฟัน หน้าตาที่ชัดเจนชวนมอง ไหนี้ถ้าใช้ในการทำน้ำมนต์ในพิธีต่างๆจะสักดิ์สิทธิ์มาก อันนี้มีผู้รู้ท่านหนึ่งบอกมา ที่จริงทั้งน้ำล้างไห ทั้งดินล้างออก ถือว่ามีพุทธคุณสูงเช่นกัน ผมก็เลยเก็บหมดครับ เอาไว้เป็นมวลสารสำหรับงานบุญที่มีโอกาสได้ร่วมบุญต่อไป ไหกลางใบนี้ได้พระมาจำนวน 55 องค์ แบ่งเป็นพระพุทธชินราช (สวยงามมากๆๆๆๆ) 1 องค์ ไหนี้พิเศษได้พระปางลีลามา 1 องค์ ซึ่งปกติจะพบในฝาไหของไหแจกัญ ได้พระซุ้มกอมา 17 องค์ พระนางพญาพิมพ์ใหญ่เข้าโค้ง 2 องค์ พระนางพญาพิมพ์เล็กเข่าโค้ง 23 องค์ พิมพ์เล็กเข่าตรงอีก 11 องค์ เรียกได้ว่าคุณภาพคับแก้วกันเลยทีเดียว


ทีนี้เราก็มาเข้าเรื่องว่าด้วยลักษณะพิมพ์ทรง เนื้อหาของพระนางพญาพิมพ์เล็กของกรุวังวารี อย่างที่ว่ามาครับทั้งเนื้อหาทั้งพิมพ์ทรงของพิมพ์เล็กนี้เหมือนกับพระนางพญากรุนางพญาใช้เทียบเคยงกันได้เลย โดยเนื้อหาเป็นพระเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ มีเม็ดแร่ผสมอยู่แต่เม็ดแร่มีปริมาณน้อยกว่าพิมพ์ใหญ่ ทำให้พิมพ์เล็กมีเนื้อที่หยาบก็จริง แต่จะหยาบน้อยกว่าพิมพ์ใหญ่ จะสังเกตุความแตกต่างได้ง่ายหากพิจารณาจากด้านหลัง พระส่วนใหญ่จะมีเนื้อผสมว่านน้อยหรืออาจจะไม่มี และด้านหลังของพิมพ์เล็กจะปรากฎรอยนิ้วมือชัดเจนมากกว่าพิมพ์ใหญ่ที่จะปรากฎลักษณะของเม็ดแร่ให้เห็นชัดเจน (สำหรับรายละเอียดพิมพ์ใหญ่ไปตามอ่านกันได้ตามสารบัญนะครับ) เรื่องของเนื้อหามวลสารของพระนางพญานี้ผมว่าจะหาเลาเขียนโดยละเอียดอีกทีอย่าลืมติดตามกันนะครับ ลักษณะของพระนางพญาพิมพ์เล็กจะค่อนข้างบางและเพรียวกว่าพิมพ์ใหญ่ที่จะมีลักษณะองค์พระโดยรวมอวบอิ่มกว่า



พิมพ์ทรงของพิมพ์เล็กนั้นจะขออธิบายในส่วนของพิมพ์เล็กเข่าโค้ง และเข่าตรง ซึ่งเป็นพิมพ์ที่ผมเคยพบเห็นเท่านั้นครับ เริ่มจากส่วนบนพระเกศจะมีปลายเรียวแหลม (1) มุมของชฎาที่สวมกับพระเศียรมีการหักมุมเป็นเหลี่ยม (2) ปลายชฎาทั้งสองข้างจรดไหล่ (3) พระพักตร์กลมเรียวส่วนคางจะเรียวเล็กกว่าพิมพ์ใหญ่จนสังเกตุได้ง่าย พระกรรณ (หู) ฝั่งขวาถ้ามองเห็นจะเห็นว่ายาวมาถึงไหล่ (4) พระกรรณซ้ายจะยาวจรดพระอังสะ และเชื่อมต่อกับเส้นสังฆาฏิ (5) พระอุระ (อก) ดูนูนผึ่งผายแต่ไม่ใหญ่เท่าพิมพ์ใหญ่ และค่อยๆเรียวเล็กลงจนถึงพระอุทร (ท้อง) ตรงพระอุทรสังเกตุว่าจะมีพุงนิดๆ บริเวณวงพระพาหา (แขน) จะมนกว่าพิมพ์ใหญ่ที่แหลมคมชัด (6) และวงพระพาหา (แขน) ฝั่งขวาขององค์จะกว้างกว่าฝั่งซ้าย (7) พระกัประซ้าย (ข้อศอก) หักเป็นมุมชัดเจน (8) พระหัตถ์ซ้ายเรียวและค่อยๆเล็กลงจนแหลมบริเวณปลาย สุดที่ปลายลำตัวพอดี (9) ปลายพระหัตถ์ขวาวางอยู่บนหัวเข่าขวาปรากฏนิ้วมือยื่นลงไปด้านล่างใต่้เข่า (10) พระเพลาข้างขวา (ขา) จะเรียวเล็กกว่าข้างซ้าย (11) จะโค้งได้รูปในพิมพ์เข่าโค้ง และจะตัดตรงในพิมพ์เข่าตรง



ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบผมมีอยู่สององเป็นพระซุ้มกอและนางพระยาพิมใหญ่ กรุวังวารี
ตอบลบได้มาเมื่อ2ปีที่แล้วปูผมได้นิมนต์มาให้เช่าบูช่าเพื่อนำเงินเข้าวันในงานทอดพระป่า
แต่เขาได้ให้ลูกหลานคนละองค์คัยสนใจติดต่อได้ครับ ตอนที่ได้มาต้องนำโทไปแช่น้ำก่อนถึงจะแกะออกมาได้ 0995915679